ประวัติภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พฤษภาคม พ.ศ. 2457 

เมื่อโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เริ่มเปิดดำเนินการ ได้มีการก่อตั้ง กองตรวจทางตา โดยขึ้นสังกัดอยู่กับแผนกตรวจคนไข้ทั่วไป ซึ่งในขณะนั้น สถานที่ที่ให้บริการแก่ผู้ป่วยตั้งอยู่ที่ตึกผ่าตัด โดยระยะแรกนั้นรวมโรคทางหู คอ จมูกไว้ในกองเดียวกัน และมีนายแพทย์เอช แคมเบล ไฮเอ็ต ซึ่งสภากาชาดไทยได้ขอตัวมาจากประเทศอังกฤษเพื่อเป็นที่ปรึกษาดำรงค์ตำแหน่งเป็นหัวหน้ากอง และมีแพทย์อีก 2 ท่าน คือ พันโทหลวงประจักษ์เวชสิทธิ์ (นายแพทย์หลุย คงถาวร) และ หลวงบุญรอดไวทยารักษ์ (นายแพทย์บุญรอด ทองพต) ต่อมานายแพทย์ไฮเอ็ตได้ขอลาออกและเดินทางกลับประเทศอังกฤษ

 

 

.. 2465

พันโทหลวงประจักษ์เวชสิทธิ์ ได้รับทุนจากสภากาชาดไทยไปศึกษาโรคทางจักษุวิทยาที่โรงพยาบาลของอังกฤษในประเทศอินเดีย และกลับจากการศึกษาในปี พ.ศ.2467 จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากองตรวจทางตาอย่างเป็นทางการ และต่อมาในปี พ.ศ.2471 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีจักษุแพทย์เพิ่มอีก 1 ท่าน คือ พันโหลวงจำรัสฤทธิแพทย์ (นายแพทย์จำรัส พรหมินทะโรจน์)

 

พ.ศ. 2468

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้ดำเนินการสร้างอาคารจักรพงษ์ขึ้น จึงได้ย้ายกองตรวจทางตามายังตึกจักรพงษ์ชั้นบน ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ.2477 กองตรวจทางตาได้ยกฐานะขึ้นเป็นหมวดจักษุกรรม โดยมีพันโทหลวงประจักษ์เวชสิทธิ์เป็นหัวหน้า และต่อมา ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น แผนกวิชาจักษุ และโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา โดยพันโทหลวงประจักษ์เวชสิทธิ์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าแผนกคนแรก ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ในปี 2490 โดยมีแพทย์ประจำแผนกคือ พันโทหลวงจำรัสฤทธิแพทย์ พันโทหลวงจรุงเจริญเวชช์ นายแพทย์กอบชัย พรหมินทะโรจน์ นายแพทย์ชูช่วง เศวตรุนทร์ และนายแพทย์มานพ บุนนาค

 

.. 2507

ม.ร.ว. พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ได้บริจาคทรัพย์สร้าง อาคารจุมภฏพงษ์บริพัตร เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต พระสวามี พระองค์ท่านทรงเป็นอดีตอุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดไทย และสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ.2502  โดยอาคารจุมภฏฯ ได้ใช้เป็นสำนักงานของแผนกวิชาจักษุ-โสตฯ และรับผู้ป่วยทางตา หู คอ จมูก  ต่อมาในปี.. 2514 ม.ร.ว. พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ได้บริจาคทรัพย์สร้าง อาคารพันธุ์ทิพย์ ขึ้นอีกตึกหนึ่งคู่กันกับอาคารจุมภฏฯ การก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2515 เพื่อใช้เป็นห้องผ่าตัดทางตา หู คอ จมูก ห้องประชุม และห้องตรวจผู้ป่วย ทำให้มีความสะดวกในการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น

 

.. 2511

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีมติเปลี่ยนสถานะจากแผนกวิชาจักษุวิทยา เป็นภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ต่อมาในปี พ.ศ. 2513 ได้รับอนุมัติจากสภาการศึกษาแห่งชาติให้แยกภาควิชา เป็น 2 ภาควิชาคือ ภาควิชาจักษุวิทยา และ ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา เพื่อความเหมาะสมและเป็นสากล

 

ในปัจจุบัน ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีจำนวนคณาจารย์ทั้งหมด 25 ท่าน นอกจากนี้ ยังมีอาจารย์พิเศษที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาผู้ป่วยทางจักษุวิทยา และพร้อมให้การสนับสนุนในด้านของการเรียนการสอนและการฝึกอบรมอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังเป็นสถาบันระดับแนวหน้าของประเทศ ที่มุ่งเน้นผลิตจักษุแพทย์ รวมทั้งจักษุแพทย์สาขาต่างๆ ที่มีคุณภาพออกไป เพื่อให้สามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมได้อย่างต่อเนื่อง

Visitors: 4,930